หัวข้อ : โผนายพลวันนี้ สุชาติจ่อคืนน.1
REPORTER
ระดับ: ผู้ดูแลกระดานข่าว

โผนายพลวันนี้ สุชาติจ่อคืนน.1

วันที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6791 ข่าวสดรายวัน


โผนายพลวันนี้ สุชาติจ่อคืนน.1

ถก"ก.ตร." ปรับใหญ่ 427เก้าอี้



" เทือก" นั่งหัวโต๊ะประชุมก.ตร.พิจารณาโผนายพลสีกากีวันนี้ ฮือฮามีเปลี่ยนตัวผบช.น. เพราะโดนพิษม็อบแดง โดย "สุชาติ เหมือนแก้ว" คัมแบ๊กเป็นน.1 อีกครั้ง ส่วน "วรพงษ์ ชิวปรีชา" โยกไปแทนที่ภาค 4 "อัศวิน ณรงค์พันธ์" ผบช.ภาค 2 ก็โดนย้ายไปเป็นผบช.กำลังพล มีชื่อ "สมเดช-สุรสีห์" เบียดกันนั่งผบช.ภาค 2 "วรเวทย์" เด็กเทือกได้เป็นผบช.ภาค 8 "สุชาติ ธีระสวัสดิ์" คุมศูนย์สืบสวนภาค 9 "วีรศักดิ์ มีนะวาณิชย์" คุมศูนย์สืบสวนภาค 8 "นิคม อินเฉิดฉาย" เด็กเนวินได้ศูนย์สืบสวนภาค 3 "พูลทรัพย์-กรีรินทร์" ได้กลับนครบาล "ธนพล สนเทศ" คนสนิทชวนเป็นผู้การ 191

เมื่อ วันที่ 2 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวาระสำคัญการประชุมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ตามโครงสร้างใหม่ ตร. โดยก่อนหน้านั้นในเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้นัดหมายรองผบ.ตร. เพื่อประชุมคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติ หรือบอร์ดกลั่นกรอง ที่ห้องประชุม ชั้น 7 สำนักงานผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ เพื่อเป็นการปรับเกลี่ยตำแหน่งระดับผบช. รองผบช. และผบก. ลงในโครงสร้างใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉบับล่าสุดที่จะมีผลใช้บังคับในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่ตร.นั้น มีการปรับเกลี่ยหน่วยงานต่างๆมีหน่วยงานระดับกองบัญชาการ (บช.) หรือเทียบเท่ารวม 30 หน่วยงาน เป็นหน่วยงานที่มีเดิม 26 หน่วย ตั้งขึ้นใหม่ 4 หน่วยคือ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนัก งานส่งกำลังบำรุง สำนักงานกำลังพล และสำนักงานงบประมาณและการเงิน

ขณะที่หน่วยงานระดับ กองบังคับการ (บก.) หรือเทียบเท่ารวม 227 หน่วยงาน เพิ่มบก.ใหม่ 43 หน่วย เป็นการยกฐานะหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว จำนวน 36 หน่วย เช่น ศูนย์สืบสวนสอบสวนบช.น./ภูธรภาค 1-9 ซึ่งเดิมมีรองผบก.เป็นหัวหน้า และศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1-9 ซึ่งเดิมมีผกก.เป็นหัวหน้า เป็นต้น สำหรับกองบังคับการที่ตั้งขึ้นใหม่จริงๆ มีเพียง 7 แห่ง คือ กองบังคับการอำนวยการของสำนักงานส่งกำลังบำรุง และกองบัญชาการศึกษา กองบัญชี กองตรวจสอบภายใน 2-3 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้งโครงสร้างใหม่นั้นจะมีการแต่งตั้งผบช.ทั้งสิ้น 30 ตำแหน่ง รองผบช. 146 ตำแหน่ง ผบก. 257 ตำแหน่ง รวม 427 ตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งผบช.นั้นตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมา เป็นการปรับเกลี่ยมาจาก ตำแหน่งผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ที่มีอยู่แล้ว ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นเป็นรองผบช. 146 ตำแหน่ง ปรับเกลี่ยมาจากตำแหน่งรองผบช. ประจำสง.ผบ.ตร.เช่นกันขณะที่ระดับผบก.นั้นมีการกำหนดตำแหน่งผบก.มาใหม่ 10 ตำแหน่ง ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้นอกจากจะใช้ตำแหน่งผบก.ประจำมาสับเปลี่ยนแล้ว ยังมีการขยับรองผบก.ขึ้นมาอีก 10 ตำแหน่ง และสับเปลี่ยนผบก.หลายตำแหน่ง ขณะที่รวมทั้งประเทศทุกระดับตำแหน่งจะต้องมีการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งสิ้น 105,335 ตำแหน่ง สำหรับการแต่งตั้งในการปรับโครงสร้างครั้งนี้

มี รายงานข่าวเปิดเผยว่า โผการแต่งตั้งซึ่งจะเข้าก.ตร.ครั้งนี้ ที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก คือการเปลี่ยนแปลงผบช.น. โดยไม่อยู่ในข่ายการปรับโครงสร้าง แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากรัฐบาลไม่พอใจผลงานเรื่องการควบคุมม็อบ จึงผลักดันให้ย้ายพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา พ้นจากผบช.น. โดยมีกระแสข่าวว่าจะให้พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร.ควบเก้าอี้ผบช.น.อีกตำแหน่ง แต่สุดท้ายมีชื่อ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภาค 4 กลับมาเป็นผบช.น.อันเป็นตำแหน่งที่เคยอยู่มาก่อน พร้อมกับสลับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ไปเป็นผบช.ภาค 4 แทน

ขณะที่พล.ต.ท. อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผบช.ภาค 2 (นรต.25) ซึ่งถูกคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ตร. จากกรณีม็อบเสื้อแดงบุกโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช พัทยา จ.ชลบุรี ในงานประชุมอาเซียน ถูกย้ายเป็นผบช.สำนักงานกำลังพล บช.แห่งใหม่ มี พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผบช.สำนักงานเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (นรต.29) เป็นผบช.ภาค 2 แต่มีชื่อพล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรสารทูล ผบช.ภาค 6 เป็นตัวสอดแทรก พล.ต.ท.ดิเรก มโนลีหกุล ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นจเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท. ประยูร อำมฤต ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ

พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต. โยกเป็นผบช.สำนักงานงบประมาณและการเงิน บช.แห่งใหม่ มีพล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ที่ได้รับแรงหนุนจากกองทัพเป็นผบช.ศชต.แทน พล.ต.ท.วรเวทย์ วินิตเนตยานนท์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. คนสนิทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โยกเป็นผบช.ภาค 8 นั่งคุมภาคใต้ตอนบนก่อนเกษียณ โยกพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภาค 8 เป็นผบช.ประจำ ทำหน้าที่ประสานนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ต.ชัยณรงค์ วงศ์สุนทร รองจเรตำรวจ (สบ 7) โยกกลับถิ่นเก่า เป็นรองผบช.ภาค 6 พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร รองผบช.ภาค 6 เป็นรองผบช.สกพ. พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัฒน์ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นรองผบช.สตม. พล.ต.ต.พิสุทธิ์ พุ่มพิเชฏฐ์ รองผบช.สง. จตช.เป็นรองจตร.(สบ 7) พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองจตร. (สบ7) พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นรองผบช.ก.

พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ประจำสนง.ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็น ผบก.ศูนย์สืบสวนบช.ภาค 9 พล.ต.ต.จีระศักดิ์ ปาณินท์ ผบก.ประจำสง.ผู้ช่วยผบ.ตร.กลับไปเป็นนายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ประจำสง.ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นผบก.ภ.จว. ชลบุรี พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นผบก.ศูนย์สืบสวนสตม.ภาคกลาง พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ ผบก.ประจำสง.ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นผบก.ศสส.สตม.ภาคใต้ พ.ต.อ.นิคม อินเฉิดฉาย รองผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ คนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ เป็นผบก.ศูนย์สืบสวนบช.ภาค 3 พ.ต.อ.วีรศักดิ์ มีนะวาณิชย์ รองผบก.จเรฯ ขึ้นเป็นผบก.ศูนย์สืบสวนภาค 8

พล. ต.ต.เกริกเกียรติ แก้วศรีงาม ผบก.ประจำสง.ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นผบก.ภ.จว.ตราด พล.ต.ต.ฌาณไชย แกล้วเขตต์การ ผบก.ประจำสง.จตช.เป็นผบก.จต. พล.ต.ต.กรกต สาริยา ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นผบก.ภ.จว. อำนาจเจริญ พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.จว.อำนาจเจริญ เข้ามาเป็นผู้การในนครบาล พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.ปัตตานี เข้ามาเป็นผบก.ในนครบาล พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ ผบก.ประจำฯ อดีตนายตำรวจนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผบก. ตปพ.(191) ขณะที่ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร ผบก.ตปพ. เป็นผบก.กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน นอกจากนี้มีชื่อ พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ จากสำนักงานพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. เข้ามาชิงตำแหน่งผบก.จราจร บช.น.

ทั้งนี้ รายชื่อที่คาดว่าจะมีการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านี้มีโอกาสที่จะปรับ เปลี่ยนหลายตำแหน่งในที่ประชุมบอร์ดกลั่นกรอง และก.ตร. เนื่องจากการแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อการแต่งตั้ง
Reporter of the day